
ในช่วงเวลานี้ สถานการณ์ทางการเมืองดูจะร้อนรุ่มด้วยการผลักดันกฎหมายบางฉบับเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาอย่างเร่งรีบ และมีทีท่าว่าจะเป็นร่างกฎหมายที่สร้างความแตกแยกในสังคม
เรื่องแรกก็คือการผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทั้งฉบับ
เรื่องที่สองคือการเสนอ พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรองดองแห่งชาติ จำนวน 4 ฉบับ ก็ลองเข้าไปอ่านเนื้อหาดูนะครับ
1. ร่าง ฉบับ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน
http://edoc.parliament.go.th/public/output/result.asp?hidDocID=571298
2. ร่าง ฉบับ สามารถ แก้วมีชัย กับพวก
http://edoc.parliament.go.th/public/output/result.asp?hidDocID=571571
3. ร่าง ฉบับ นิยม วรปัญญา กับพวก
http://edoc.parliament.go.th/public/output/result.asp?hidDocID=571570
4. ร่าง ฉบับ ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ กับพวก (ที่ นปช. เรียกว่า เป็น "ฉบับ นปช.")
http://edoc.parliament.go.th/public/output/result.asp?hidDocID=571572
รัฐสภาชุดนี้เกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ซึ่งถูกเรียกว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่เกิดจากผลพวงของรัฐประหาร แต่ก็ยังคงใช้เป็นกฎหมายอยู่และอาศัยเป็นหลักในการขอแก้ขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ
กฎหมายที่นำเสนอขึ้นมาแล้วสร้างกระแสความกดดันให้เกิดความแตกแยกในสังคมกลับมีการตั้งชื่อว่าเป็นกฎหมายว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ
ฝ่ายตุลาการมีหน้าที่ปฎิบัติตามกฎหมายที่มีผลบังคับใช้ ด้วยการใช้ดุลยพินิจตัดสินคดีด้วยความเที่ยงธรรมตามตัวบทกฎหมาย จากประสบการณ์ที่ได้รับมาจากการศึกษาเล่าเรียนและประสบการณ์ในการทำงานมายาวนาน
แต่ฝ่ายนิติบัญญัติมีหน้าที่ออกกฎหมายมาบังคับใช้กับประชาชนในสังคม ด้วยความรู้ความสามารถของบุคคลหลากหลายในรัฐสภา ทั้งนักการเมืองอาชีพ ผู้มีอิทธิพล ซึ่งรวมไปถึงบรรดาผู้ที่ไม่มีความรู้ความสามารถในเรื่องกฎหมายอีกมากมายเช่นกัน
ขอให้ใช้ชีวิตอย่างเป็นสุขในความวุ่นวายของสังคมนะครับ
ด้วยความปราถนาดีจาก สำนักงานทนายความ สรวิชญ์ วรเวก
