วันพุธที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เมื่อต้องมาเป็นพยานศาล


คงมีสักวันที่ต้องมีเหตุให้ต้องเดินทางมาเยี่ยมศาล และคงจะเป็นการดีหากท่านมีการเตรียมตัวให้พร้อมในเรื่องดังกล่าวเพื่อมิให้เกิดข้อผิดพลาด ซึ่งมีข้อแนะนำตามข้อมูลที่ขออนุญาตคัดลอกมาจาก http://www.sakc.coj.go.th/system/contact.php ดังนี้

พยานบุคคลที่จะไปเป็นพยานในศาลมีอยู่ 2 กรณีด้วยกัน คือ
พยานที่คู่ความนำไปเอง หรือเรียกกันว่า "พยาน"
พยานที่ศาลหมายเรียกไป หรือเรียกกันว่า "พยานหมาย"

การส่งหมายเรียกพยาน

• คู่ความฝ่ายที่อ้างท่านเป็นพยานนำไปส่ง
• เจ้าพนักงานศาลนำไปส่ง

จะทำอย่างไร ? เมื่อท่านได้รับหมายเรียกให้ไปเป็นพยานศาล
ท่านควรตรวจรายละเอียดในหมายเรียก เพื่อให้ทราบว่า....ศาลไหนเรียกให้ท่าน
ไปเป็นพยาน และท่านต้องไปเป็นพยานโจทก์หรือพยานจำเลย ในวัน เวลาใด
หากมีข้อสงสัย ...ให้โทรสอบถาม ตามหมายเลขโทรศัพท์ ของศาลที่ปรากฏอยู่ในหมายเรียก ท่านควรเก็บหมายเรียกไว้ และนำไปศาลในวันที่ศาลนัดสืบพยาน

การเตรียมตัว ก่อนไปเป็นพยานศาล
ท่านควรทบทวนเหตุการณ์ที่ท่านได้รู้ ได้เห็นเกี่ยวกับคดี เพื่อจัดลำดับเรื่องราวต่าง ๆจะได้เกิดความมั่นใจเมื่อไปเบิกความต่อศาลและหากเป็นคดีที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเอกสาร
ท่านควรติดต่อไปยังฝ่ายโจทก์ หรือจำเลย ที่อ้างท่านเป็นพยานเพื่อขอตรวจสอบเอกสาร

การปฏิบัติตัว เมื่อไปศาลในวันนัดสืบพยาน
• นำหมายเรียกไปด้วย เพราะในหมายเรียกจะปรากฏหมายเลขคดี ชื่อโจทก์ ชื่อจำเลยซึ่งสามารถใช้เป็นข้อมูลในการติดต่อราชการศาลได้เป็นอย่างดี
• กรุณาแต่งกายสุภาพ ไม่ควรสวมรองเท้าแตะ
• ไปศาลก่อนเวลานัดสืบพยาน ทำให้ท่านมีเวลาพอที่จะติดต่อกับ เจ้าหน้าที่ งานประชาสัมพันธ์ เพื่อสอบถามว่าคดีตามหมายเรียกของท่านจะมีการสืบพยาน ที่ห้องพิจารณาใดหรืออาจตรวจหาห้องพิจารณาจากป้ายประกาศนัดความของศาลเองก็ได้
• เมื่อทราบห้องพิจารณาแล้ว ให้แจ้งกับเจ้าหน้าที่งานหน้าบัลลังก์ ประจำห้องพิจารณานั้นๆ ว่าท่านมาถึงศาลแล้ว และนั่งรอในที่พักพยานที่ศาลจัดไว้ หรือใน ห้องพิจารณา
• หากท่านรอเพื่อเบิกความเป็นเวลานานเกินไปกรุณาสอบถามเจ้าหน้าที่ หน้าบัลลังก์ประจำห้องพิจารณานั้น ๆ

การปฏิบัติตัว เมื่อเข้าห้องพิจารณาในฐานะพยานศาล

• เจ้าหน้าที่งานหน้าบัลลังก์ประจำห้องพิจารณา จะเรียกเข้าห้องพิจารณา เมื่อฝ่ายโจทก์ ฝ่ายจำเลย และพยานมาพร้อมกันแล้ว ผู้พิพากษาจะขึ้นบัลลังก์.....ทุกคนในห้องพิจารณา ยืนขึ้นเพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อศาล
• ก่อนที่ท่านจะเบิกความ เจ้าหน้าที่ฯ จะนำท่านเข้าประจำที่ที่เรียกว่า " คอกพยาน " จากนั้นท่านจะต้องสาบานตนตามลัทธิศาสนาของท่านว่าจะให้การด้วยความสัตย์จริง โดยเจ้าหน้าที่ฯ จะเป็นผู้นำสาบานและท่านต้องกล่าวตาม
• เมื่อสาบานตนเรียบร้อยแล้วให้ท่านนั่งลง และตอบคำถามที่ผู้พิพากษา ทนายโจทก์หรือทนายจำเลย ถามท่านด้วยความสัตย์จริงและใช้วาจาสุภาพ หากกล่าวถึงผู้พิพากษา...ให้ใช้ สรรพนามแทนผู้พิพากษาว่า " ศาล " หรือ " ท่าน "
• ให้ท่านเบิกความเฉพาะเรื่องที่ท่าน ได้รู้ ได้เห็น ด้วยตัวท่านเอง
อย่าเบิกความในเรื่องที่ได้รับการบอกเล่าจากผู้อื่น เว้นแต่ศาลจะสั่ง
• ให้ท่าน เบิกความด้วยวาจา อย่าใช้วิธีการอ่านข้อความตามที่เขียนมา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้พิพากษา หากไม่แน่ใจหรือจำไม่ได้...ให้ตอบไปตามตรงว่า ไม่แน่ใจหรือจำไม่ได้
• อย่าเบิกความโดยการคาดคะเนหรือวิพากษ์วิจารณ์ เพราะท่านอาจมีความผิดในข้อหาเบิกความเท็จได้
• หากฟังคำถามไม่ชัดเจนท่านสามารถขอให้มีการทวนคำถามซ้ำอีกครั้งได้
• เมื่อเบิกความเสร็จ ศาลจะอ่านคำเบิกความของท่าน หากเห็นว่า...คำเบิกความไม่ถูกต้องตรงกับที่ท่านเบิกความไว้หรือไม่ครบถ้วน ขอให้แจ้งศาลทราบทันทีเพื่อจะได้แก้ไขให้ถูกต้องก่อนที่ท่านจะลงชื่อในคำ เบิกความ

จะทำอย่างไร ? ...เมื่อมีการเลื่อนนัดสืบพยาน
หากศาลไม่สามารถสืบพยานในวันนัดได้ เจ้าหน้าที่งานหน้าบัลลังก์ ประจำห้องพิจารณาจะให้ท่านลงชื่อรับทราบ วัน เวลานัดครั้งต่อไป โดยจะไม่มีการส่งหมายเรียกไปอีก ขอให้ท่านจำวัน เวลานัดดังกล่าวและ และต้องมาตามนัดด้วย

สิทธิ ในการรับค่าพาหนะและค่าป่วยการพยาน
หากท่านเป็นพยานในคดีแพ่งท่านจะได้รับค่าพาหนะและค่าป่วยการ ตามที่ศาลกำหนด โดยฝ่ายโจทก์หรือจำเลยที่อ้างท่านเป็นพยาน...ต้องเป็นผู้จ่ายหากท่านเป็น พยานโจทก์ในคดีอาญาที่ราษฎรเป็นโจทก์ ท่านจะได้รับค่าพาหนะเท่าที่จ่ายไปจริงตามสมควร โดยโจทก์ ต้องเป็นผู้จ่าย

จะทำอย่างไร ? หากท่านไม่สามารถไปเป็นพยานศาลได้
หากท่านเจ็บป่วย หรือมีเหตุขัดข้องจำเป็น ...ไม่สามารถไปเป็นพยานศาลได้ในวันนัดสืบพยานได้ขอให้ท่านทำหนังสือแจ้ง อธิบดีผู้พิพากษาหรือผู้พิพากษาหัวหน้าศาล เพื่อชี้แจงถึงเหตุผลความจำเป็น โดยที่ท่านอาจนำนำหนังสือ ไปยื่นที่ศาลด้วยตัวเองหรือมอบฉันทะให้ผู้อื่นนำไปยื่นแทนท่านก็ได้แต่ต้อง ยื่นก่อนวันที่ศาลนัดสืบพยานในระหว่างเดินทางไปศาล...
หากมีอุบัติเหตุหรือข้อขัดข้องเกิดขึ้นขอให้ท่านโทรศัพท์แจ้งศาลตามหมายเลขโทรศัพท์ของศาลที่ปรากฏอยู่ในหมายเรียก

การไม่ยอมไปศาลตามหมายเรียก ...
โดยไม่มีเหตุผลอันควร ศาลอาจออกหมายจับและกักขัง ท่านไว้จนกว่าจะเบิกความเสร็จ และท่านอาจถูกฟ้องให้ต้องรับโทษทางอาญาจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขอให้มีความสุขกับการขึ้นศาลครับ